คิดอยู่ตั้งนานว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีมั้ย....
แต่เพื่อที่จะไม่ต้องมานั่งตอบคำถามมากมาย
เขียนดีกว่าเนาะ....
วันที่ 1 พ.ค. หมอบอกให้เราเริ่มไดเอท
ไดเอทครั้งนี้ทำเพราะเหตุผลหลายๆอย่าง
1) สุขภาพ...หมอบอกว่าน้ำตาลเราขึ้นสูงไปเรื่อยๆ จนหมอเริ่มคิดส่าเราควรจะใช้อินซูลิน ไม่เอาหล่ะค่ะ... ไม่อยากจะเป็นโรคนี้เลย...เราไม่อยากที่จะต้องสูญเสียการมองเห็นเมื่อแก่ตัวลง ไม่อยากที่จะต้องนั่งรถเข็นเพราะต้องเสียขาจากโรคเบาหวาน ไม่อยากที่จะต้องมาฟอกไตทุกๆอาทิตย์....
2) ลูก... เราเพิ่งจะรู้วันนี้ว่ายาที่หมอให้เรามาทานเพื่อคุมน้ำตาลเรา มันทำให้เราท้องยากกว่าปกติ (ปกติก็ยากกว่าอยู่แล้วเพราะน้ำหนักเยอะทำให้ประจำเดือนไม่ค่อยจะมาซักเท่าไหร่) พยายามมาจนอยากจะถอดใจ... ก็ยังไม่ท้องซักที
3) สุขภาพของลูกในอนาคต...ถ้าเกิดเราเป็นเบาหวาน โอกาสที่เด็กจะเกิดมาและมีปัญหามันสูง โลกนี้อย่างที่เป็นอยู่ก็ลำบากพอแล้วหล่ะ ไม่อยากจะให้ลูกต้องเจอปัญหาที่ไม่ควรจะเจอตั้งแต่เกิด ถ้าเรามีลูกแล้วเค้าเกิดมาพร้อมโรคนี้ เราคงเศร้าแน่ๆ
4) คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น...เรากะมาร์คคุยกันเรื่องอยากจะรีไทร์ก่อนแก่ เราอยากเที่ยว อยากกลับไปเที่ยวเมืองไทยนานๆ ปลูกบ้านหรือทำธุรกิจที่เมืองไทย อยากไปดูประเทศอื่นๆ แต่ถ้าเรายังป่วยเพราะโรคเบาหวาน โอกาสจะได้ไปไหนมาไหนเมื่อแก่ตัวลงมันจะลำบาก
5) ยังไม่อยากตาย...เราโคตรจะโชคดีนะที่ได้เจอกับคนอย่างคุณมาร์ค... แล้วทำไมเราถึงไม่ดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีๆ ให้มีโอกาสอยู่กับคนที่เรารักและรักเราไปนานๆ
ด้วยเหตุผลทั้งหลายนี่แหล่ะ... เราเลยตัดสินใจว่าจะเอาจริงซะที... จะลดน้ำหนักให้แน่นอน ลดจริงๆ ไม่ลดแป๊บๆแล้วกลับไปตามใจปากอีกแล้ว
เราไปคุยกับหมอ และหมอก็แนะนำให้"เปลี่ยน"ทุกๆอย่าง
เปลี่ยนวิธีการกิน
เปลี่ยนอาหารการกิน
เปลี่ยนวิธีที่เราดูแลสุขภาพตัวเอง
เปลี่ยนการออกกำลัง
อย่างแรกที่หมอให้ทำคือ reprogram สมองและกระเพาะ
หมอให้เริ่มโดยการทำ Liquid protein diet
(ใครอยากจะลองก็ลองดูนะคะ แต่ว่าควรจะปรึษาหมอก่อนก็ดี)
หมอบอกว่าหลักๆคนเราต้องทานโปรตีนอย่างน้อย 60กรัมต่อวัน
เมื่อเราต้องการจะลดน้ำหนัก เราควรจะทานไขมันไม่เกิน 20 กรัมต่อวัน
สำหรับเรา เพราะเรามีปัญหาเรื่องน้ำตาล เราห้ามทานน้ำตาลเกิน 10กรัมต่อวัน
หมอแนะนำให้ทานโปรตีนเชค 3-4อันต่อวัน....
โปรตีนเชคควรจะมีโปรตีน15กรัมขึ้นไป
ไม่ต้องห่วงมากเรื่องแคลอรี่ เพราะถ้าเราหนักทานโปรตีนเชค
เมื่อเราทานโปรตีนครบแล้ว เราจะไม่หิวไปเลย (แต่ความอยากนี่คนละเรื่องนะจ๊ะ)
*สำหรับเรา หมอได้ดูผลการตรวจเลือด และประวัติการลดน้ำหนักของเราแล้ว*
หมอเลยบอกว่าไม่ต้องทานอย่างอื่น ทานแต่เชคไปเลย
วันนี้เป็นวันที่แปดของไดเอทตัวนี้
น้ำตาลเราลดจาก 167 ลงไปเหลือ 100
น้ำหนักเรา..ลงไปแล้ว 9.5 Lbs
============
ถ้าถามว่ายากมั้ย...
ตอบว่าสองวันแรก...โคตรยากเลยค่ะ
แต่ว่าตอนนี้โอเคแล้ว
ไม่หิว ไม่อยาก
ยิ่งเห็นน้ำตาลลด น้ำหนักลด ยิ่งรู้สึกดีอ่ะ....
หมอบอกว่าให้ทำไดเอทแบบนี้เพราะจะช่วยให้กระเพาะหดตัวลง
หลังจากสองอาทิตย์ จะตรวจเลือดอีกครั้ง ดูว่าทุกอย่างโอเคมั้ย
อาจจะต้องทำliquid diet ไปอีกซักพัก
แล้วก็ค่อยๆเลื่อนไปทานอาหารนิ่มๆ ทีละนิดๆ
เมื่อหมอเห็นว่าพร้อม หมอจะให้กลับมาทานอาหารปรกติ
คาดว่าคงประมาณเดือนกว่าๆถึงสองเดือนอ่ะ กว่าเราจะทานอาหารได้ตามปกติ
=================
เรารู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กใหม่เลยอ่ะ
คือต้องเรียนการทานอาหารอย่างถูกต้องใหม่หมด
แต่ถ้าเกิดสามารถทำได้อย่างที่หมอบอกจริงๆ
ก็คุ้มสุดๆ สุขภาพเรานี่Priceless เนาะ....
=================
ช่วงนี้ถ้าเห็นเราเงียบหายไป... หมดแรงค่ะ... เอิ้กกกก
เครียดๆนิดหน่อย เรื่องงาน เรื่องสุขภาพ
อยากกลับไปเที่ยวเมืองไทยจัง
แต่รู้ตัวดี...ถ้ากลับไปตอนนี้ ไดอ่ง ไดเอทเจ๊งบ๊งแน่ๆ
รอให้ re-train my brain ก่อนนะคะ....
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่หวัง ปีหน้ากลับแน่ๆ
==============
คิดถึงทุกคนนะจ๊ะ ไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมไดไหนๆเลยเพราะช่วงนี้งานเยอะ....
(ไม่มีเวลาอู้ที่ทำงาน..ว่างั้นเหอะ)
อีกอย่างเดี๋ยวนี้ไม่รู้ที่ทำงานเค้าบล๊อกโปรแกรมอะไรอ่ะ เพราะไปหลายๆไดจะดูรูปไม่ได้เลย
เลยเสียอรรถรสในการอ่าน
แต่พอกลับมาบ้าน แบตหมด... เลยไม่ค่อยเข้าไดค่ะ....
=================
ง่วงแล้ว....ไว้จะมาอัพไดอีกรอบน๊า.....
5-7-4-0-7